Page 16 - วิศวกรรมสาร ปีที่ 78 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2568
P. 16

การเปลี่ยนผ่านจากถนนสู่ราง: โอกาสลดต้นทุนโลจิสติกส์ และความท้าทายของผู้ประกอบการไทย





              Scenario 1 - กรณีฐาน (Base Case) การขนส่งสินค้า

          จากแหล่งเพาะปลูกส่วนใหญ่ยังพึ่งพาการขนส่งทางถนนเป็นหลัก
          เนื่องจากมีความยืดหยุ่นในการเข้าถึงปลายทาง โดยมีการใช้ระบบ
          รางหรือระบบอื่นในสัดส่วนที่ต�่ามาก แม้ว่าจะมีบางพื้นที่ที่มีทาง
          รถไฟหรือท่าเรืออยู่ใกล้ก็ตาม แต่โครงสร้างพื้นฐานและการบริหาร
          จัดการยังไม่เอื้อต่อการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ
          จึงท�าให้ต้นทุนโลจิสติกส์โดยรวมของประเทศยังคงอยู่ในระดับสูง

          และมีผลกระทบด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง
              Scenario 2 - การเปลี่ยนรูปแบบการขนส่ง (Modal
          Shift) ได้จ�าลองสถานการณ์ที่เกิดการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่ง
          จากถนนไปสู่ระบบรางมากขึ้น โดยอาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่
          เช่น สถานี ICD (Inland Container Depot) และสถานีรถไฟที่
          เชื่อมต่อกับสายหลัก เพื่อให้เกิดการรวมตู้สินค้าแล้วเปลี่ยนรูปแบบ
          การขนส่งที่จุดศูนย์รวมก่อนเข้าสู่ระบบราง โดยเฉพาะสินค้าที่
          เหมาะกับ Container rail เช่น สินค้าเกษตรแปรรูป หรือสินค้า
          อุตสาหกรรมหนัก ที่มีระยะการขนส่งมากกว่า 300 กิโลเมตร

          รูปแบบนี้ช่วยลดระยะการขนส่งทางถนน และเพิ่มประสิทธิภาพ
          การกระจายสินค้าในระดับประเทศ                                    ประเภทสินค้าที่ขนส่งในแต่ละระบบจะ
                                                                        แตกต่างกันไปตามลักษณะทางกายภาพและความ

                                                                        ต้องการของตลาด ส�าหรับทางถนนจะครอบคลุม
               4. ผลการศึกษา                                            สินค้าหลากหลาย เช่น อ้อย ข้าวเปลือก ข้าวสาร
                                                                        ดินหินทราย น�้ามันส�าเร็จรูป ปูนซีเมนต์ ปาล์มน�้ามัน

            4.1 การขนส่งสินค้า (Origin-Destination: O-D)                และสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป ส่วนทางรางนิยมใช้
            รูปแบบการขนส่งสินค้าทางถนนของประเทศไทยในปี พ.ศ.             กับตู้คอนเทนเนอร์ (General Container) น�้ามันดิบ
          2566 มีปริมาณการขนส่ง 531 ล้านตันต่อปี (ตารางที่ 3)           ปูนซีเมนต์ผง สินค้าจากมาเลเซีย และแอลพีจี ซึ่ง
          เป็นระบบที่สามารถเข้าถึงพื้นที่ต้นทาง-ปลายทาง และความ         ต้องการปริมาณมากและความสม�่าเสมอ ดังแสดง
          ครอบคลุมของโครงข่ายถนน เช่น อ้อยโรงงาน ข้าว น�้ามันส�าเร็จรูป   ในรูปที่ 3
          ปาล์มน�้ามัน และมันส�าปะหลัง ซึ่งเป็นสินค้าหลักของภาคตะวัน      ในการศึกษานี้ ใช้ข้อมูลการขนส่งสินค้าระหว่าง
          ออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ โดยเฉพาะในเส้นทางที่เชื่อมต่อจาก     จังหวัดต้นทางและปลายทาง (Origin-Destination:
          แหล่งผลิตไปยังโรงงานแปรรูปหรือตลาดส่งออก อย่างไรก็ตาม         O-D) ท�าการเปรียบเทียบรูปแบบการขนส่งสินค้า
          ระบบถนนมีข้อจ�ากัดด้านต้นทุนการขนส่งที่สูงกว่ารูปแบบอื่น      ระหว่างกรณีฐาน (Base Case) กับกรณีการเปลี่ยน
           ถึงแม้การขนส่งทางรางซึ่งมีสัดส่วนเพียง 1.85% แต่เหมาะกับการ  รูปแบบการขนส่ง (Modal Shift) โดยเปลี่ยนคู่

          ขนส่งสินค้าปริมาณมากในระยะทางไกล                              O-D ที่เป็นการขนส่งทางถนน เป็นการขนส่งทางราง
                                                                        โดยใช้เกณฑ์การพิจารณา ดังนี้
          ตารางที่ 3 ปริมาณการขนส่งสินค้า แยกตามรูปแบบการขนส่ง
                            ปี พ.ศ. 2566
           รูปแบบการขนส่งสินค้า     ตัน         ล้านตัน                    เกณฑ์การพิจารณาการเปลี่ยนรูปแบบ
                                                                           การขนส่ง (Modal Shift)
          ทางถนน               531,063,374.05       531.06
                                                                           • เชื่อมโยง ICD SRTO
          ทางราง                11,990,877.02        11.99
          หมายเหตุ : ทางถนนใช้ข้อมูล O-D จากส�านักงานนโยบายและแผนการ       • สินค้าที่เหมาะกับ Container rail
          ขนส่งและจราจร (สนข.) และทางรางใช้ข้อมูล O-D จากการรถไฟ           • ระยะการขนส่งมากกว่า 300 กิโลเมตร
          แห่งประเทศไทย (รฟท.)



          16                                                   ปีที่ 78 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2568 l วิศวกรรมสาร
   11   12   13   14   15   16   17   18   19   20   21