Page 18 - วิศวกรรมสาร ปีที่ 78 ฉบับที่ 4 ตุลาคม - ธันวาคม 2568
P. 18

PM2.5 ความเสี่ยงต่อสุขภาพ มลพิษสิ่งแวดล้อม และกลยุทธ์การจัดการเชิงวิศวกรรม






           (Urban haze) ในมหานครหลายแห่งทั่วโลก รวมถึงกรุงเทพมหานครที่มีปริมาณ VOCs
          จากการขนส่งสูง



          3. บริบทแหล่งก�าเนิดฝุ่นในไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
            ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความซับซ้อนด้านการเกิดมลพิษทางอากาศ เนื่องจาก

          มีทั้งการเผาในที่โล่ง การขยายตัวของเมือง และกระบวนการอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่าง
          ต่อเนื่อง ปัจจัยเหล่านี้ท�าให้ระดับ PM  และ PM ในหลายพื้นที่สูงเกินมาตรฐานของ
                                      10       2.5
          องค์การอนามัยโลกอย่างสม�่าเสมอ ในประเทศไทย แหล่งก�าเนิดส�าคัญประกอบด้วย
            1.  การเผาในที่โล่งในฤดูเก็บเกี่ยวของภาคเหนือและภาคอีสาน
            2.  การจราจรติดขัดในกรุงเทพมหานครและเมืองใหญ่
            3.  การฟุ้งกระจายของฝุ่นดินและการก่อสร้าง

            4.  การปล่อยมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมริมชายฝั่งและเขตนิคมอุตสาหกรรม
            การศึกษาชี้ให้เห็นว่าภาคเหนือของไทยได้รับผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดนอย่าง
          ต่อเนื่อง ขณะที่ภาคตะวันออกได้รับผลกระทบจากโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการปล่อย
          อนุภาคโลหะหนักและ VOCs ในปริมาณมาก (Nakyai, Polyong, Kongsombatsuk,
          Boonnuk, & Thetkathuek, 2025) การควบคุมแหล่งก�าเนิดของฝุ่นในภูมิภาคนี้จึงต้อง

          อาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ มาตรการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้น และการ
          ปรับปรุงเทคโนโลยีควบคุมมลพิษในภาคยานยนต์และอุตสาหกรรม




              ผลกระทบต่อสุขภาพระยะสั้นและระยะยาวของฝุ่น:
              การวิเคราะห์เชิงวิชาการ



            มลพิษทางอากาศโดยเฉพาะฝุ่นละออง (Particulate Matter: PM) เป็นหนึ่งในปัจจัย
          ด้านสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อสุขภาพมนุษย์มากที่สุดในปัจจุบัน โดยเฉพาะอนุภาค
          ขนาดเล็ก เช่น PM , PM  และอนุภาคขนาดละเอียดมากหรือ Ultrafine Particles
                        10    2.5
          (UFPs) ที่มีขนาดเล็กกว่า 0.1 ไมครอน (Polichetti, Cocco, Spinali, Trimarco, &
          Nunziata, 2009) อนุภาคเหล่านี้มีความสามารถในการแทรกซึมลึกเข้าสู่ระบบทางเดิน

          หายใจและเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่าย อีกทั้งยังมีองค์ประกอบหลายชนิดที่เป็นอันตราย
          เช่น โลหะหนัก สารประกอบคาร์บอน สารอินทรีย์กึ่งระเหย และโพลีไซคลิกอะโรเมติก
          ไฮโดรคาร์บอน (PAHs) ซึ่งล้วนมีศักยภาพในการก่อให้เกิดการอักเสบ การกลายพันธุ์ และ
          การท�าลายเนื้อเยื่อ การสัมผัสอนุภาคฝุ่นจึงก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพทั้งแบบ
          เฉียบพลันและแบบเรื้อรัง ส่งผลต่อระบบอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายอย่างกว้างขวาง
            ผลกระทบด้านสุขภาพในระยะสั้นของฝุ่นมักเกิดขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมงจนถึงหลายวัน

          หลังจากการสัมผัส โดยเกิดได้ทั้งในประชากรทั่วไปและรุนแรงเป็นพิเศษในกลุ่มเสี่ยง เช่น
          เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) และผู้ป่วย
          โรคหัวใจ (Ni, Su, Burnett, Guo, & Cheng, 2024) เมื่ออนุภาคฝุ่นเข้าสู่ร่างกายจะท�าให้
          เยื่อบุทางเดินหายใจเกิดการระคายเคือง เกิดอาการไอ เจ็บคอ น�้ามูกไหล และแน่นหน้าอก
          อนุภาค PM สามารถผ่านเข้าสู่ถุงลมปอด ท�าให้เกิดการอักเสบเฉียบพลัน ส่งผลให้
                   2.5
          หลอดลมหดตัวและท�าให้การแลกเปลี่ยนก๊าซลดลง นอกจากนี้ยังพบว่าในผู้ป่วยโรคหอบ



          18                                                     ปีที่ 78 ฉบับที่ 4 ตุลาคม - ธันวาคม 2568 l วิศวกรรมสาร
   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22   23