Page 10 - วิศวกรรมสาร ปีที่ 78 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2568
P. 10
การเปลี่ยนผ่านจากถนนสู่ราง: โอกาสลดต้นทุนโลจิสติกส์ และความท้าทายของผู้ประกอบการไทย
2. สถานการณ์การขนส่งสินค้าของไทย
2.1 สัดส่วนการขนส่งทางถนนและทางราง
แนวโน้มปริมาณการขนส่งสินค้าภายในประเทศระหว่างปี พ.ศ. 2555 - 2566 จ�าแนก
ตามรูปแบบการขนส่งหลัก ได้แก่ ทางถนน ทางราง และทางน�้า (แม่น�้าและชายฝั่ง)
ในหน่วยล้านตัน จากรูปที่ 1 จะเห็นว่าปริมาณการขนส่งรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 528.6
ล้านตันในปี พ.ศ. 2555 ไปถึงจุดสูงสุดที่ 611.8 ล้านตันในปี พ.ศ. 2561 ก่อนเริ่มชะลอ
ตัวและลดลงเล็กน้อยเหลือ 547.0 ล้านตัน ในปี พ.ศ. 2566 ตลอดช่วงเวลา การขนส่งทาง
ถนนยังคงเป็นรูปแบบการขนส่งสินค้าหลักครองสัดส่วนเกินร้อยละ 80 ของปริมาณการ
ขนส่งรวม สะท้อนถึงการพึ่งพาถนนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทางน�้ามีสัดส่วนราวร้อยละ
10-12 และทางรางแทบไม่เปลี่ยนแปลงโดยมีสัดส่วนเพียงราวร้อยละ 2 ซึ่งชี้ให้เห็นโอกาส
ในการกระจายปริมาณการขนส่งสู่รูปแบบอื่น โดยเฉพาะทางรางที่แม้จะมีสัดส่วนน้อย
แต่หากได้รับการส่งเสริมอาจช่วยลดความแออัดและต้นทุนโลจิสติกส์ได้อย่างมีนัยส�าคัญ
2.2 โครงข่ายโครงสร้าง
พื้นฐานทางรางที่มี
ศักยภาพ
พื้นที่ที่มีศักยภาพในการ
เปลี่ยนรูปแบบ การขนส่ง
ไปสู่ทางราง
การพัฒนาและผลักดันให้เกิดการ
เปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้าไปสู่ระบบ
ราง (Modal Shift to Rail) เป็นเป้าหมาย
ส�าคัญของประเทศไทยในการลดต้นทุนโล
จิสติกส์ ลดการใช้พลังงาน และลดการ
ปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ในเส้นทางเชื่อมต่อไปยังท่าเรือแหลมฉบัง
(Laem Chabang) ซึ่งเป็นท่าเรือหลักของ
ประเทศในการส่งออกสินค้า การพัฒนา
SRTO (Single Rail Transfer Operator)
ณ แหลมฉบัง จึงมีบทบาทส�าคัญในฐานะ
จุดรับสินค้าทางรางที่เชื่อมโยงโดยตรงกับ
โครงข่ายรถไฟสายหลัก
หมายเหตุ : รวบรวมข้อมูลทางถนนจาก สศช. ทางน�้าจากกรมเจ้าท่า
และทางรางจากการรถไฟแห่งประเทศไทย
รูปที่ 1 สัดส่วนการขนส่งสินค้าของไทย ปี พ.ศ. 2555 - 2566
10 ปีที่ 78 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2568 l วิศวกรรมสาร

