Page 43 - วิศวกรรมสาร ปีที่ 78 ฉบับที่ 2 เมษายน - มิถุนายน 2568
P. 43
ประโยชน์ อุปสรรค และข้อแนะนำาของการใช้ระบบการทำาความเย็นแบบดูดกลืน
โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์สำาหรับประเทศไทย
ความเสถียรในการใช้งาน: ประสิทธิภาพการผลิต
ความเย็นจากพลังงานแสงอาทิตย์ขึ้นอยู่กับความเข้มของรังสีจาก ดังนั้น การแก้ปัญหาเชิงเทคนิคจะช่วยสร้างความเชื่อมั่น
แสงอาทิตย์ หากความเข้มต�่า การผลิตน�้าร้อนอาจไม่เพียงพอต่อ ให้กับผู้เกี่ยวข้องกับระบบทั้งหมดได้ ส�าหรับการผลิตน�้าร้อน
การท�างานของเครื่องท�าน�้าเย็นแบบดูดกลืนได้อย่างเต็มสมรรถนะ ให้เสถียรเพื่อจ่ายให้กับเครื่องท�าน�้าเย็นแบบดูดกลืน ควรพิจารณา
หรือแม้กระทั่งไม่ถึงอุณหภูมิต�่าสุดที่ 70 องศาเซลเซียส ที่จ่ายให้ ใช้ระบบความร้อนเสริม โดยมีขั้นตอนการพิจารณาดังนี้
เครื่องท�าน�้าเย็นแบบดูดกลืน 1. ประเมินอุณหภูมิน�้าร้อน ที่ผลิตจากแผงผลิตน�้าร้อน
การดูแลรักษาระบบ: ระบบนี้ต้องการการดูแลที่มากขึ้น จากพลังงานแสงอาทิตย์
เนื่องจากมีอุปกรณ์มากกว่าระบบการท�าความเย็นแบบอัดไอ โดย 2. เปรียบเทียบพลังงานความร้อนทั้งหมดที่ต้องการ
เฉพาะแผงผลิตน�้าร้อนจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ต้องดูแลความ ในการผลิตน�้าร้อนกับความต้องการของการท�าความเย็นของ
สะอาดอย่างสม�่าเสมอ เพื่อป้องกันฝุ่น คราบ หรือรอยแตกที่ลด อาคาร
ประสิทธิภาพการผลิตน�้าร้อนและส่งผลต่อความเสถียรของระบบ 3. เลือกแหล่งความร้อนเสริม ให้สอดคล้องกับปริมาณ
ในการผลิตความเย็น ความร้อนที่ขาดจากการใช้น�้าร้อนที่ผลิตจากพลังงานแสง
การลงทุนสูงและระยะเวลาคืนทุนยาวนาน: การ อาทิตย์
ลงทุนเริ่มต้นที่สูงและระยะเวลาคืนทุนที่ยาวนาน เนื่องจากจ�านวน 4. วิเคราะห์ระบบผลิตน�้าร้อนจากพลังงานแสงอาทิตย์
อุปกรณ์ที่มากในการติดตั้ง อาจเป็นปัจจัยส�าคัญในการตัดสินใจ ร่วมกับความร้อนเสริม
ของผู้ลงทุน 5. เลือกอุปกรณ์และขั้นตอนการท�างานที่เหมาะสม
นโยบายและการส่งเสริมจากภาครัฐ: นโยบายหรือ ในการควบคุมระบบจ่ายน�้าร้อนให้กับเครื่องท�าน�้าเย็นแบบ
มาตรการส่งเสริมการใช้ระบบดังกล่าวยังไม่ดึงดูดใจเท่าที่ควร ดูดกลืน
การแข่งขันทางการตลาด: เนื่องจากยังเป็นตลาด
เฉพาะกลุ่ม ท�าให้การแข่งขันต�่า ส่งผลให้ราคาสูง
จากการศึกษาการใช้งานจริง (อ้างอิงจาก Site Visit) พบว่ามี
ความเข้าใจคลาดเคลื่อนในการควบคุมระบบ โดยเฉพาะระบบ
น�้าร้อนที่ผลิตจากพลังงานแสงอาทิตย์ กล่าวคือ การมีแสงอาทิตย์
ข้อแนะน�าในการแก้ไขปัญหาของระบบ
ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถผลิตน�้าร้อนได้เสมอไป (เหมือนกับ
การท�าความเย็นแบบดูดกลืนโดยใช้
การผลิตกระแสไฟฟ้า) แต่ต้องมีความเข้มของรังสีอาทิตย์ขั้นต�่า
พลังงานแสงอาทิตย์
ที่เหมาะสม หรือที่เรียกว่า ระดับความเข้มรังสีวิกฤต (Critical
Radiation Level, G ) ซึ่งสามารถอธิบายได้จากสมการดังนี้
1. การแก้ไขปัญหาความไม่เสถียรในการผลิตความเย็น Tc
ปัญหาความไม่เสถียรในการผลิตความเย็นเป็นประเด็นหลัก พลังงานความร้อนที่ได้จากแผงผลิตน�้าร้อนจากพลังงาน
ที่ส่งผลกระทบต่อผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย สาเหตุหลักมาจากการผลิต แสงอาทิตย์ (Useful Heat Gained Energy) ขึ้นกับความเข้มของ
น�้าร้อนจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ไม่คงที่ ขึ้นอยู่กับความเข้มรังสี รังสีพระอาทิตย์ (Input) และความร้อนของแผงที่สูญเสียไป
ของแสงอาทิตย์ในขณะนั้น ซึ่งแตกต่างจากระบบที่ผลิตความร้อน ที่บรรยากาศ (Loss) ค�านวณได้จากสมการที่ 1
เชิงรุก (Active Heating) ซึ่งใช้เชื้อเพลิงหรือไฟฟ้า เช่น เตาเผา
ที่สามารถควบคุมคุณภาพ (อุณหภูมิ) และปริมาณ (ช่วงเวลาการ สมการที่ 1
จ่ายน�้าร้อนตามอุณหภูมิที่ต้องการ) ได้อย่างแม่นย�า
โดยที่ F = Heat Removal Factor (ไม่มีหน่วย), A = พื้นที่
R STC
2
ของแผงผลิตน�้าร้อน (m ), G = ความเข้มของรังสีพระอาทิตย์ (W/
T
2
m ), τ = Transmissivity (ไม่มีหน่วย), α = Absorptance (ไม่มี
2
หน่วย), U = ความร้อนสูญเสียของแผงผลิตน�้าร้อน (W/m /K), T
L i
= อุณหภูมิน�้าขาเข้าสู่แผงผลิตน�้าร้อน (°C) and T = อุณหภูมิ
a
แวดล้อม (°C)
วิศวกรรมสาร l ปีที่ 78 ฉบับที่ 2 เมษายน - มิถุนายน 2568 43

