Page 39 - วิศวกรรมสาร ปีที่ 78 ฉบับที่ 2 เมษายน - มิถุนายน 2568
P. 39
ประโยชน์ อุปสรรค และข้อแนะนำาของการใช้ระบบการทำาความเย็นแบบดูดกลืน
โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์สำาหรับประเทศไทย
ข้อมูลสถิติเผยว่า การใช้พลังงานไฟฟ้าของอาคารพาณิชย์ในประเทศไทยเพิ่มสูง
ขึ้นถึง 22% ในช่วงปี พ.ศ. 2555 ถึงปี พ.ศ. 2565 ปัจจัยหลักของการเติบโตนี้มาจาก
1. การขยายตัวของเมืองและประชากร: การเพิ่มขึ้นของจ�านวน
ประชากรน�าไปสู่การขยายตัวของเขตเมืองและภาคการก่อสร้างอาคารอย่างต่อเนื่อง
2. การเติบโตของเศรษฐกิจ: ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว (GDP/
capita) ที่สูงขึ้น สะท้อนถึงการใช้พลังงานไฟฟ้าต่อหัวที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
3. อุณหภูมิที่สูงขึ้นจากภาวะโลกร้อน: อุณหภูมิเฉลี่ยรายปีที่เพิ่มขึ้น
จากผลกระทบของการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ท�าให้ความต้องการความเย็นและ
พลังงานไฟฟ้าส�าหรับระบบปรับอากาศสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ด้วยเหตุผลและปัจจัยข้างต้น ส่งผลให้ประเทศไทยมีความต้องการพลังงานไฟฟ้าเพิ่ม
ขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองต่อความต้องการระบบปรับอากาศที่สูงขึ้น และน�าไปสู่
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มากขึ้นเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน แสงอาทิตย์ พลังงานชีวมวล พลังงานความ
การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการน�าเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนมาใช้ ร้อนใต้พิภพ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งไป
จึงเป็นหัวใจส�าคัญในการลดความต้องการพลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กว่านั้น ระบบดูดกลืนยังใช้น�้าซึ่งเป็นสาร
นอกจากนี้แนวทางดังกล่าวยังเป็นแรงขับเคลื่อนส�าคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย ท�าความเย็นธรรมชาติที่ไม่ส่งผลกระทบต่อ
ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี พ.ศ. 2593 และเป้าหมาย สิ่งแวดล้อม และมีเสียงรบกวนจากอุปกรณ์
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2608 ได้อีกด้วย น้อยมาก เนื่องจากไม่มีคอมเพรสเซอร์
ตารางที่ 1 (โปรดดูตารางประกอบ) ได้
เปรียบเทียบระบบการท�าความเย็นทั้งสอง
หลักการท�างานของระบบการท�าความเย็นแบบอัดไอ ประเภทที่ใช้เป็นระบบน�้าหล่อเย็น โดย
และแบบดูดกลืน ครอบคลุมถึงกระบวนการขับเคลื่อน
พลังงานหลักที่ใช้ อุปกรณ์ส�าคัญ ลักษณะ
โดยทั่วไป ระบบท�าความเย็นที่พบมากที่สุดคือ ระบบการท�าความเย็นแบบอัดไอ เฉพาะของแต่ละระบบ และศักยภาพ
(Vapor Compression Cooling System) ซึ่งใช้คอมเพรสเซอร์ในการหมุนเวียนสาร ในการท�างานร่วมกับพลังงานหมุนเวียน
ท�าความเย็น คอมเพรสเซอร์นี้จ�าเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้าในปริมาณสูงเพื่อขับเคลื่อน จากตารางที่ 1 จะเห็นได้ว่า ทั้งสองระบบ
วัฏจักรการท�าความเย็น นอกจากนี้แม้สารท�าความเย็นที่ใช้ในปัจจุบันจะมีค่า Ozone สามารถน�าพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้
Depletion Potential (ODP) เป็นศูนย์ แต่ก็ยังมีค่า Global Warming Potential (GWP) ประโยชน์ได้
หลงเหลืออยู่ ซึ่งตามมาตรฐาน ISO 14064-1 มีข้อก�าหนดให้ลดการฟุ้งกระจายและการ
รั่วไหลของก๊าซเรือนกระจก เช่น จากสารท�าความเย็นเหล่านี้ เป็นต้น
ในทางตรงกันข้าม ระบบการท�าความเย็นแบบดูดกลืน (Vapor Absorption Cooling
System) นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ระบบนี้ใช้ความร้อนในการขับเคลื่อนการ
หมุนเวียนของสารท�างาน (Working Fluids) ซึ่งประกอบด้วยสารท�าความเย็นและ
สารละลาย ส�าหรับอาคารพาณิชย์มักใช้น�้า (H O) เป็นสารท�าความเย็น และลิเทียมโบรไมด์
2
(LiBr) เป็นสารละลาย หรือที่เรียกโดยย่อว่า “H O/LiBr”
2
ข้อดีที่ส�าคัญของระบบแบบดูดกลืนคือ ใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยมากเมื่อเทียบกับระบบ
แบบอัดไอ (ประมาณ 20% ของระบบแบบอัดไอ) เนื่องจากระบบนี้ใช้ความร้อนเป็น
พลังงานหลัก จึงสามารถท�างานร่วมกับแหล่งความร้อนที่หลากหลาย เช่น พลังงาน
วิศวกรรมสาร l ปีที่ 78 ฉบับที่ 2 เมษายน - มิถุนายน 2568 39

