Page 26 - วิศวกรรมสาร ปีที่ 78 ฉบับที่ 2 เมษายน - มิถุนายน 2568
P. 26
ปลอดหมอก มองชัด ปลอดภัยกว่า: การพัฒนาโครงข่ายประสาทเทียม
สำาหรับกำาจัดหมอกเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในระบบขนส่งทางราง
Narasimhan และ Nayar [2] เพื่อใช้ในการปรับปรุงคุณภาพของ เรียกว่า Low Brightness Intensity โดยเฉพาะในบริเวณที่มีความ
ภาพถ่ายที่ได้รับผลกระทบจากหมอกควัน หนาแน่นของหมอกสูง (Atmospheric Light) ส่งผลให้รายละเอียด
ในบริบทของการถ่ายภาพ เมื่อแสงจากแหล่งก�าเนิด ของวัตถุและฉากหลังในภาพลดลงอย่างเห็นได้ชัด ดังแสดงในรูปที่ 1
(Illumination Source) ตกกระทบกับอนุภาคขนาดเล็กจ�านวน ความสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการลดทอนพลังงานแสงและการ
มากของหมอกหรือควันในชั้นบรรยากาศ จะเกิดการกระเจิงแสง กระเจิงแสงจากอนุภาคในบรรยากาศสามารถแสดงได้ในรูปของ
ในอากาศ (Air Light Scattering) และลดทอนพลังงานแสงที่ สมการทางคณิตศาสตร์ดังสมการที่ (1) ซึ่งเป็นพื้นฐานส�าคัญ
ส่งผ่านจากวัตถุไปยังกล้องหรือเซนเซอร์ ซึ่งท�าให้ภาพที่ได้มีค่า ในการพัฒนาอัลกอริทึมปรับปรุงคุณภาพของภาพที่มีหมอกและ
ความเข้มของแสง (Brightness Intensity) ลดลงหรือมีลักษณะที่ ควันในงานวิจัยด้านการประมวลผลภาพในปัจจุบัน
รูปที่ 1 แบบจ�าลองการกระเจิงแสง (Atmospheric scattering model)
กระบวนการนี้แสดงในสมการที่ (1) และอธิบายด้วยสมการ
ทางกายภาพดังนี้
(1)
โดยที่ เมื่อ x คือ ต�าแหน่งของพิกเซลของภาพ, แทนภาพ
ที่มีหมอก, คือภาพที่ไร้หมอก, คือแสงบรรยากาศ
คือการส่งผ่านพลังงานของความเข้มแสงสิ่งแวดล้อม
ตามที่แสดงโดยสมการ (2) [2]
(2)
โดย คือระยะห่างระหว่างกล้องกับวัตถุ และ คือ
อนุภาคของหมอกและมลพิษทางอากาศ หรือ แทนสัมประสิทธิ์
การกระเจิงของบรรยากาศ มีผลต่อการกระจายแสงในอากาศ
เข้าสู่เลนส์กล้อง แสงที่รับได้นั้นขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของหมอก
และมลพิษด้วย ตามสมการ (1) เพื่อได้มาซึ่ง เราจ�าเป็น
ต้องทราบค่าการส่งผ่าน เมื่อแสงบรรยากาศเป็นเนื้อเดียวกัน รูปที่ 2 การก�าจัดหมอกด้วยอัลกอริทึม Dark Channel Prior
สามารถแสดงได้ด้วยสมการ (2) โดยทั้งสองภาพก�าหนดให้ พารามิเตอร์ของ DCP
26 ปีที่ 78 ฉบับที่ 2 เมษายน - มิถุนายน 2568 l วิศวกรรมสาร

