รหัสอบรม:

การเสวนาเรื่อง “วิกฤติน้ำ วิกฤติประชา .. หาทางแก้อย่างไร?”

วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 09.00-12.00 น. ณ ห้องประชุม อาคาร วสท.

จัดโดย คณะกรรมการวิศวกรอาวุโส วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.)

 

ในช่วงระยะเวลาเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมาเกิดภัยธรรมชาติอันเนื่องมาจากน้ำในประเทศไทยหลายครั้ง เริ่มจากต้นเดือนมกราคม มีพายุโซนร้อนปาบึก (PABUK) บริเวณอ่าวไทยตอนล่าง ส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ สร้างความเสียหายในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคใต้ มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ในขณะเดียวกัน หลายพื้นที่ประสบปัญหาน้ำขาดแคลนมาตั้งแต่หน้าแล้งปี 2561 ต่อเนื่องถึงปี 2562 น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติแห้งขอด น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดใหญ่หลายแห่ง อาทิ เขื่อนแม่กวง เขื่อนทับเสลา เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนจุฬาภรณ์ เขื่อนลำพระเพลิง อยู่ในระดับต่ำ ไม่เพียงพอต่อการเกษตร รัฐบาลประกาศขอความร่วมมือเกษตรกรงดปลูกข้าวและอ้อยในบางพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ รวมทั้งยังมีปัญหาน้ำอุปโภคบริโภคขาดแคลนด้วย

ต่อมาเมื่อฝนเริ่มตกในเดือนสิงหาคม พบว่าพายุดีเปรสชั่นวิภาซึ่งมีศูนย์กลางที่ประเทศลาวส่งผลให้พื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกหนัก เกิดน้ำท่วมฉับพลันบริเวณพื้นที่ลาดชัน ต่อมาในช่วงปลายเดือนสิงหาคมพื้นที่ภาคอิสานได้รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อนโพดุล เกิดน้ำท่วมในจังหวัดกาฬสินธุ์และอีกหลายจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และผลกระทบรุนแรงยิ่งขึ้นเมื่อพื้นที่เดิมได้รับอิทธิพลจากพายุดีเปรสชั่นคาจิกิ น้ำจากต้นน้ำที่ไหลลงสู่พื้นที่ลุ่มต่ำและน้ำในแม่น้ำมูลตอนล่างส่งผลให้จังหวัดอุบลราชธานีประสบอุทกภัยตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน มีระยะเวลาน้ำท่วมขังเกือบหนึ่งเดือนเกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันมีฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ราชบุรี กาญจนบุรี ปราจีนบุรี จนต้องมีการประกาศเฝ้าระวังและเตือนภัย

วิกฤติด้านน้ำที่เกิดขึ้นซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะวิกฤติของประชาชนและประเทศชาตินี้ แสดงให้เห็นถึงความไม่สมดุลย์ทางธรรมชาติและจุดอ่อนของกลไกการเฝ้าระวังและเตือนภัย รวมทั้ง การบริหารจัดการน้ำ ทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์  มีความตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องนี้ จึงจัดให้มีการเสวนาระดมสมองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นักวิชาการผู้มีความเชี่ยวชาญ และภาคประชาสังคมที่เข้มแข็ง เพื่อหาแนวทางการป้องกันและแก้ไข ทั้งในเชิงนโยบายและในเชิงปฏิบัติ เพื่อนำไปสู่การวางแผนที่มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล ในระยะกลางและระยะยาวต่อไป

ร่วมเสวนาโดย

  1. นายสุวัฒน์ เชาว์ปรีชา    อดีตนายก วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) และที่ปรึกษา คณะกรรมการวิศวกรอาวุโส วสท.
  2. รศ.สิริวัฒน์ ไชยชนะ      อดีตเลขาธิการ  วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ (วสท.)
  3. รศ.ดร.เจษฎา แก้วกัลยา     อนุกรรมการ คณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ
  4. ศ. ดร.สุวัฒนา จิตตลดากร   อนุกรรมการ คณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และ อดีตประธานอนุกรรมการสาขาวิศวกรแหล่งน้ำ วสท.
  5. ดร. สมภพ สุจริต         ผู้เชี่ยวชาญเขื่อน กรมชลประทาน และกรรมการวิศวกรอาวุโส วสท.
  6. นายสัญญา แสงพุ่มพงษ์   ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมชลประทาน กรมชลประทาน
  7. นายกมล เปี่ยมสมบูรณ์ ประธานเครือข่ายลุ่มน้ำท่าจีน
  8. นายประเชิญ คนเทศ        ประธานศูนย์ประสานงานความร่วมมือฝ่าภัยพิบัติคนนครปฐม
  9. นายมงคล หลักเมือง     ผู้อำนวยการศูนย์เมขลา กรมทรัพยากรน้ำ

ดำเนินการเสวนาโดย      ผศ.ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

กำหนดการ

กำหนดการ เนื้อหาการอบรม หมายเหตุ
17-10-2562

08:30 – 09:00  ลงทะเบียน

09:00 – 09:15  เปิดเสวนา โดย นายมนูญ  อารยะศิริ ประธานวิศวกรอาวุโส วสท.

09:15 – 12:00  ดำเนินการเสวนา

คณะวิทยากร

วันที่จัด

17/10/2019

สถานที่จัด

อาคาร วสท.

คุณสมบัติผู้สมัคร

จำนวนที่รับ

20 คน (จำนวนที่ว่าง 20 ที่)

ค่าลงทะเบียน

สมาชิิก ราคาปกติ ราคาเมื่อชำระก่อนวันที่
สมาชิก บาท บาท

หน่วยงานที่จัด

คณะกรรมการวิศวกรอาวุโส วสท.

เจ้าหน้าที่ผู้่ดูแล

รุ่งลาวรรณ์ สท้านภพ

รายละเอียดและใบสมัคร

EIT-talk-17-10-62-1.pdf