วสท. ร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง โดยนายช่างใหญ่ นิเวศน์ ล้ำเลิศลักษณชัย ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีศาลาริมน้ำแม่กลอง

วันนี้ เวลา 13.00 น.
วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ (วสท.)
รศ.ดร.วัชรินทร์ กาสลัก ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา นายนิศิต วินิชรานันท์ คณะทำงานวิศวกรอาสา และนายสิทธิโชค เหลาโชติ กรรมการสาขาภาคตะวันตก วสท. ร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง โดยนายช่างใหญ่ นิเวศน์ ล้ำเลิศลักษณชัย ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีศาลาริมน้ำแม่กลอง ใกล้วัดเพชรสมุทรวรวิหาร อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม พังถล่มลงไปในแม่น้ำทำให้มีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต

โดยเบื้องต้นได้วิเคราะห์สาเหตุการวิบัติของอาคาร โดยดูจากอาคารอีกหลัง โดยรูปแบบการก่อสร้างใช้เสาเข็มเดี่ยวตอกลงไปในดิน อีกส่วนหนึ่งฝังในดินเป็นฐานรองรับ อีกส่วนหนึ่งโผล่ขึ้นมา ส่วนที่โผล่เป็นเสาของศาลาด้วย เมื่อเป็นเสาเข็มเดี่ยวกระจายกันอยู่หลาย ๆ ต้น โดยที่ไม่ได้มี Pile Cap เมื่อดินกระทำต่อเสาเข็มด้านข้าง เพราะมีตลิ่ง แรงดันดินด้านข้างทำให้เสาเข็มเคลื่อนตัว และทำให้ศาลาเอียงอออกมาจากตลิ่ง โดยเห็นได้จากศาลาอีกหลังที่ยังไม่วิบัติ เพราะสร้างคู่กัน

ข้อมูลจากชาวบ้านแจ้งว่า อาคารที่พังถล่มก็มีลักษณะใกล้เคียงกับอาคารที่ยังอยู่ คือ อาคารเคลื่อนตัวออกจากกำแพงกันดิน เมื่ออาคารเคลื่อนตัวอออกจากตลิ่ง จะทำให้เสาเข็มเอียง แทนที่จะรับแรงตามแนวแกนที่ออกแบบไว้ ก็จะกลายเป็นเสาเข็มรับแรงดันเกินเป็นโมเม้นดัดในเสาเข็ม และเสาเข็มที่มาทำเป็นเสาอาคารนั้น เสื่อมโทรมมากมีการแตกหัก เหล็กเป็นสนิม และโผล่ออกมา

ปัญหาแรก เสาเข็มถูกดินดัน เพราะเสาเข็มที่โผล่จากดินขึ้นมา เป็นเสาตอม่อของอาคาร ไม่ได้มีคานยึดเหนี่ยว จะมายึดอีกทีคือคานที่หัวเสา ทำให้ลักษณะคอลัมน์ที่ชะลูดมาก เมื่อโดนดินดัน ก็เกิดการเอียง อาคารจึงเอียงไปด้วย ประกอบกับโครงสร้างเสาเข็มของคอนกรีตเสื่อมโทรม และวันเกิดเหตุมีน้ำหนักคนที่อยู่บนอาคารมากด้วย สรุป ถึงจุดวิบัติพอดี

ซึ่งอาคารที่ยังตั้งอยู่อีกหลัง ก็มีความไม่ปลอดภัย ไม่ควรใช้งานต่อ จากการตรวจสอบเบื้องต้นก็มีแนวโน้มที่จะวิบัติได้เช่นกัน

18 กรกฎาคม 2562