สิ่งประดิษฐ์ชิ้นแรกของ วสท. ใช้ชื่อว่า “ห้องแยกการติดเชื้อทางอากาศความดันลบAirborne Infection Isolation Room” หรือ AIIR ขอชื่นชมต่อหยาดเหงื่อของทีมวิศวกรอาสา วสท. ทุกคน

วันที่เหน็ดเหนื่อยแต่ก็เปี่ยมล้นไปด้วยกำลังใจ 28 มีนาคม 2563 คือการทำหน้าที่ของสิ่งประดิษฐ์ชิ้นแรกของ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ (วสท.)
“ห้องแยกการติดเชื้อทางอากาศความดันลบ”

และขอชื่นชมต่อหยาดเหงื่อของทีมวิศวกรอาสา วสท. ทุกคน พวกท่านคือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จที่แท้จริง นับตั้งแต่วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2563 หลังจาก วสท.ได้ร่วมหารือกับโรงพยาบาลแห่งหนึ่งเพื่อขอให้ทำห้องแยกผู้ป่วยติดเชื้อความดันลบซึ่งในปัจจุบันกำลังขาดแคลน และสร้างไม่ทันต่อจำนวนผู้ป่วยแน่ สร้างเท่าไรก็ไม่พอ นายก วสท.โดย ดร.ธเนศ วีระศิริ จึงตั้งทีมทำงาน เพื่อหาวิธีที่จะสร้างห้องความดันลบซึ่งต่อมาเป็นสิ่งประดิษฐ์ชิ้นแรกของ วสท. ใช้ชื่อว่า “ห้องแยกการติดเชื้อทางอากาศความดันลบ” ภาษาอังกฤษ
“Airborne Infection Isolation Room” หรือ AIIR

โดยมีวัตถุประสงค์
1. เพื่อใช้เป็นห้องแยกความดันลบทั่วไปที่สามารถให้คนนั่งได้ สามถึงสี่คน หรือหนึ่งเตียงในสถานพยาบาล เคหะสถาน และอื่น ๆ เพื่อใช้ในการป้องกันการติดเชื้อทางอากาศ
2. เพื่อใช้ครอบเตียงผู้ป่วยที่มีโอกาสแพร่เชื้อ หรือติดเชื้อทางอากาศ
3. เพื่อลดระยะห่างความปลอดภัยระหว่างเตียงผู้ป่วย และอำนวยความสะดวกแก่บุคลากรทางการแพทย์ในการเข้าตรวจผู้ป่วยโดยไม่จำเป็นต้องใส่ชุดป้องกันบุคคล
4. เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วยติดเชื้อ ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง และประชาชนที่มาใช้บริการในโรงพยาบาล
5. เพื่อให้ใช้งานทั้งภายในอาคารและในที่ร่มภายนอกอาคาร
6. เพื่อสนับสนุนการใช้วัสดุภายในประเทศ วัสดุที่เลือกใช้ต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปลอดภัยในการใช้งาน ดูแลบำรุงรักษา และทำความสะอาดห้องได้โดยง่าย
7. เพื่อเป็นมาตรฐานกลางให้กับหน่วยงานราชการนำไปใช้ในการจัดซื้อ

เกณฑ์ที่ใช้ในการออกแบบ และคำนวณด้านเครื่องกล
1. ห้องมีความกว้าง 1.30 เมตร ยาว 2.60 เมตร สูง 2.20 เมตร เพียงพอที่จะใส่เตียงคนไข้ ความกว้าง ประมาณ 0.60 เมตร ยาว 1.90 เมตร และเสาน้ำเกลือสูง 2.10 เมตร หรือให้สามารถให้คนนั่งได้ 3 ถึง 4 คน ตามระยะห่างความปลอดภัยต่อการแพร่เชื้อ

2. การนำอากาศจากภายนอกห้องไหลเข้ามาเจือจางอากาศที่ปนเปื้อนภายในห้อง โดยใช้พัดลมดูดอากาศที่ด้านหัวเตียงคนไข้ในอัตราไม่น้อยกว่า 12 ครั้งต่อชั่วโมง(ACH) เพื่อนำอากาศที่เจือจางนี้ทั้งหมด(100%) ไปปล่อยทิ้งนอกอาคารในระยะห่างจากอาคารไม่น้อยกว่า 8.00 เมตร โดยไม่นำอากาศที่เจือจางนี้กลับมาใช้ใหม่

3 รักษาความดันลบภายในห้องให้น้อยกว่า 2.5 ปาสกาล(Pa) เทียบกับความดันบริเวณโดยรอบ

4 อุณหภูมิอากาศภายนอกและภายในห้องให้แตกต่างกันไม่เกินบวกลบ 2 องศาเซลเซียส

ผลการทดสอบสมรรถนะ มีดังต่อไปนี้
1. ความแตกต่างของอุณหภูมิของอากาศภายในห้องและภายนอกห้อง ก่อนเปิดและปิดพัดลม บวกลบไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส
ผลการตรวจวัด: ผ่านการทดสอบโดยวัดอุณหภูมิภายนอกและภายในห้องวัดได้ 32.4 – 32.5 องศาเซลเซียสใกล้เคียงกัน

2. การตรวจวัดการรั่วของอากาศที่รอยต่อผนังห้อง
ผลการตรวจวัด: ผ่านการทดสอบโดยค่าความเร็วลมอ่านได้ศูนย์ และควันธูปไม่ไหลเข้าห้อง

3. การตรวจวัดอัตราการไหลของอากาศเพื่อระบายอากาศภายในห้องไม่น้อยกว่า 12 ACH
ผลการตรวจวัด: ผ่านการทดสอบอ่านค่าได้ 147.02 ลูกบาศ์กเมตรต่อชั่วโมง เท่ากับ 19 ACH

4. การตรวจสอบความดันลบของห้องไม่น้อยกว่า 2.50 ปาสกาล (Pa)
ผลการตรวจวัด: ผ่านการทดสอบโดยอ่านค่าความดันลบภายในห้องได้ 8 ถึง 12 Pa

สรุป ห้องแยกการติดเชื้อทางอากาศความดันลบ EIT01-1/24032020
(Airborne Infection Isolation Room หรือ AIIR)
– ขนาดห้องกว้าง 1.30 เมตร ยาว 2.60 เมตร สูง 2.20 เมตร
– ใช้โครงสร้างเป็นท่อพีวีซี Class 13.5
– พลาสติกมี่ใช้ทำผนังและเพดานมีความหนา 60 ไมครอน(ไมโครเมตร) ผ่านมาตรฐาน GMP
– ยี่ห้อ มิตซูบิชิแบบติดเพดานรุ่น VD15Z4T อัตราการไหล 150 ลูกบาศ์กเมตรต่อชั่วโมง(90 ลูกบาศ์กฟุตต่อนาที)

วันนี้ 28 มีนาคม 2563 สิ่งประดิษฐ์ชิ้นแรกของ วสท. “ห้องแยกการติดเชื้อทางอากาศความดันลบ”
“Airborne Infection Isolation Room” หรือ AIIR ก็ออกทำหน้าที่ให้กับโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ

นายบุญพงษ์ กิจวัฒนาชัย

ผู้อำนวยการ ศูนย์วิศวกรรมสนับสนุนต้านภัย COVID 19 วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

ประธานสาขาวิศวกรรมเครื่องกล วสท.